ที่มาข่าวการเลือกตั้ง
ศึกการเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการของไต้หวันเริ่มร้อนแรง กรมสอบสวนคดีอาญาเตือนประชาชนระวัง 4 รูปแบบการหลอกลวงในช่วงเลือกตั้ง

กรมสอบสวนคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน เปิดว่า การเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ อาจกลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกลวงต้มตุ๋มประชาชนทั่วประเทศซึ่งให้ความสนใจการเลือกตั้ง โดยอาศัยกระแสความนิยมและความสนใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาสร้างเป็นประเด็นต่างๆ แอบอ้างเป็นผู้ผลิตของที่ระลึกช่วงหาเสียง ผู้สมัคร หรือผู้สนับสนุนผู้สมัคร เพื่อหลอกลวงประชาชน ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลการแจ้งความผ่านสายด่วน 165 มาวิเคราะห์และแบ่งรูปแบบการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งออกมาได้ทั้งหมด 4 ประเภท
เริ่มจากรูปแบบแรกคือ “หลอกลวงโดยอ้างว่าแจกของที่ระลึกหาเสียงฟรี” โดยกลุ่มมิจฉาชีพมักจะแอบอ้างเป็นผู้จำหน่ายของที่ระลึกหาเสียงหรือผู้สนับสนุนผู้สมัครบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และโพสต์ข้อความเสนอแจกของที่ระลึกฟรี หรือเปิดให้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกระหว่างผู้ที่มีแนวคิดหรือความชื่นชอบทางการเมืองเหมือนกัน ซึ่งเมื่อมีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็น มิจฉาชีพก็จะชักชวนให้เพิ่มเพื่อนผ่าน LINE จากนั้นใช้ข้ออ้างเรื่อง “การยืนยันตัวตนด้วยชื่อจริง” หรือ “การยืนยันธุรกรรมทางการเงิน” เพื่อหลอกให้เหยื่อใช้แอปธนาคารออนไลน์ดำเนินการถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร ATM และลักลอบถอนเงินจากบัญชีของเหยื่อ ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงนี้กำลังระบาดมากที่สุดในขณะนี้

ต่อมารูปแบบที่สองคือ “การหลอกลวงโดยอ้างว่าเป็นการลงทุนติดตั้งป้ายโฆษณาหาเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง” ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพจะอ้างว่า หากผู้สมัครได้รับเลือกตั้งแล้ว ผู้ลงทุนจะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจำนวนมาก หรือเสนอช่องทางการลงทุนที่อ้างว่าผู้สมัครจะช่วยบริหารจัดการอยู่เบื้องหลัง พร้อมรับประกันว่าจะได้กำไรโดยไม่มีความเสี่ยง ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนที่ชื่นชอบผู้สมัครอย่างเหนียวแน่น นอกจากจะต้องการสนับสนุนผู้สมัครที่ตนเองชื่นชอบแล้ว ยังเข้าใจผิดว่าตนจะสามารถทำกำไรจากการลงทุนดังกล่าวได้ในภายหลัง จึงหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในที่สุด
รูปแบบที่สามคือ “การแอบอ้างใช้บัญชีของผู้สมัครรับเลือกตั้ง” โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะเริ่มจากการสังเกตกลุ่มผู้สนับสนุนที่เป็นแฟนตัวยงบนแฟนเพจของผู้สมัครรับเลือกตั้ง จากนั้นจะแอบอ้างชื่อบัญชีบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของผู้สมัครหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน แล้วส่งข้อความส่วนตัวไปหาเหยื่อ โดยอ้างว่าเป็นบัญชีส่วนตัวของนักการเมือง จากนั้นจะใช้ข้ออ้างเช่น ขาดแคลนเงินทุนสำหรับการเลือกตั้ง หรือจำเป็นต้องระดมทุนเป็นการส่วนตัวโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อขอให้เหยื่อโอนเงินหรือให้ยืมเงิน

และสุดท้ายรูปแบบที่สี่ ซึ่งเคยพบในการเลือกตั้งที่ผ่านมา คือ “การหลอกลวงร้านค้าด้วยข้ออ้างเรื่องเงินบริจาคทางการเมือง” โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะแอบอ้างว่าต้องการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อใช้แทนการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง และทำการชำระเงินด้วยเช็คลงวันที่ล่วงหน้า แต่หลังจากร้านค้าส่งมอบสินค้าให้แล้ว เช็คทั้งหมดกลับเรียกเก็บเงินไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เตือนว่า ควรตรวจสอบรายละเอียดกับนักการเมืองหรือทีมงานหาเสียงโดยตรงก่อนส่งมอบทรัพย์สินหรือสินค้า และหากมีข้อสงสัยหรือพบเห็นการฉ้อโกงสามารถโทรสอบถามหรือแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 165



