ภาษาไทย

2026เลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการ

การเลือกตั้งผู้ว่าการนครและเมือง การลงประชามติวันเลือกตั้ง วันเสาร์ที่ 28 พ.ย.

ข่าวการเลือกตั้ง

วันเลือกตั้งส. 28 พ.ย. 2569
เวลาเลือกตั้ง08:00–16:00 น.
รายการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าการนครและเมือง / การลงประชามติ
ผลการเลือกตั้ง→

ข่าวล่าสุด LATEST

ก.คมนาคม เผย ก่อนวันเลือกจะเป็นช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่นที่สุด ส่วนวันเลือกตั้ง 28 พ.ย. ยังมีตั๋วเหลือสำหรับคนที่จะเดินกลับภูมิลำเนาไปใช้สิทธิ์

ช่วงเช้าวันนี้ (5 พ.ย.) กระทรวงคมนาคมไต้หวันจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการรองรับและแผนการระบายผู้โดยสารที่จะเดินเทางกลับภูมิลำเนาไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยนายเฉินซื่อข่าย (陳世凱) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไต้หวัน ได้ประสานความร่วมมือกับบริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน, บริษัทการรถไฟไต้หวัน, รถโดยสารประจำทางระหว่างเมือง, สายการบิน และบริการขนส่งทางทะเล ให้เตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยกระทรวงคมนาคมระบุว่า วันที่ 27-29 พ.ย. จะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนมีความต้องการเดินทางมากที่สุดจึงแนะนำให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และสามารถเลือกใช้บริการรถไฟไต้หวันหรือรถโดยสารระหว่างเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในช่วงเวลาเร่งด่วน นายเฉินเยี่ยนป๋อ (陳彥伯) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไต้หวัน กล่าวว่า รถไฟความเร็วสูงไต้หวันจะเพิ่มเที่ยวเดินรถอีก 40 เที่ยว ในช่วงวันที่ 27–30 พ.ย. รวมระยะเวลา 4 วัน จะให้บริการทั้งหมด 718 เที่ยว โดยคาดว่าในแต่ละวันจะมีผู้โดยสารเดินทางทั้งขาไปและขากลับรวมประมาณ 231,000–353,000 คนครั้ง ส่วนของการรถไฟไต้หวัน จะเพิ่มเที่ยวเดินรถอีก 70 เที่ยว แบ่งเป็นเส้นทางตะวันตก 20 เที่ยว และตะวันออกกับใต้อีก 50 เที่ยว โดยคาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติเฉลี่ยต่อวัน 3.82% ซึ่งคาดการณ์ว่าในช่วง 4 วัน จะมีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟรวมประมาณ 2,767,000 คนครั้ง และวันที่ 27 พ.ย. น่าจะเป็นวันที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดประมาณ 793,000 คนครั้ง ในส่วนของรถโดยสารประจำทางระหว่างเมือง มีแผนให้บริการในช่วงวันที่ 27–29 พ.ย. ทั้งหมด 7,088 เที่ยว คาดว่าจะรองรับการขนส่งผู้โดยสารได้ประมาณ 155,000 คนต่อวัน ส่วนการเดินทางไปยังเกาะรอบนอกในช่วงวันที่ 27–30 พ.ย. คาดว่าสายการบินภายในประเทศจะให้บริการทั้งหมด 946 เที่ยวบิน โดยมีที่นั่งรองรับผู้โดยสารประมาณ 66,000 ที่นั่ง ในจำนวนนี้เป็นเที่ยวบินในเส้นทางไปยังเกาะรอบนอกเกาะ 890 เที่ยวบิน หรือประมาณ 62,000 ที่นั่ง ขณะที่การเดินทางด้วยเรือโดยสารไปยังเกาะต่างๆ เส้นทางเดินเรือระหว่างเมืองจีหลงกับเหลียนเจียง (เกาะหมาจู่) จะให้บริการโดยเรือซินไถหม่าและเรือไถหม่าจือซิง โดยมีแผนให้บริการทั้งหมด 8 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ 5,012 ที่นั่ง ส่วนเส้นทางเดินเรือระหว่างนครเกาสงกับเมืองเผิงหูจะให้บริการโดยเรือเผิงหูจำนวน 2 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 1,200 ที่นั่ง

5 พ.ย. 2569

เชิญชวนคนรุ่นใหม่กลับบ้านไปเลือกตั้ง! รถบัสเพื่อประชาธิปไตยพากลับภูมิลำเนา ค่าโดยสารเพียง 128 เหรียญไต้หวัน

เหลือเวลาอีกเพียง 3 สัปดาห์ ก็จะถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการและผู้ว่าการเมืองของไต้หวัน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ให้นักศึกษาและเยาวชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ สมาคมเยาวชนประชาธิปไตยไต้หวัน (Taiwan Youth Association for Democracy: TYAD) จึงเปิดตัวโครงการ “รถโดยสารเพื่อประชาธิปไตย” อีกครั้ง โดยเยาวชนอายุระหว่าง 18-35 ปี สามารถใช้บริการรถโดยสารเดินทางกลับบ้านไปลงคะแนนเสียงในราคาเพียง 128 เหรียญไต้หวัน โดยไม่จำกัดสถานีต้นทางและปลายทาง ผู้สนใจสามารถตรวจสอบเส้นทางและซื้อตั๋วได้ผ่านแพลตฟอร์มระดมทุน สำหรับการระดมทุนในระยะแรก สามารถรวบรวมเงินได้ครบตามเป้าหมาย 450,000 เหรียญไต้หวันภายในเวลาเพียง 9 วัน ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน สมาคมฯ ประกาศเปิดระดมทุนระยะที่ 2 โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดระดมทุนเป็น 800,000 เหรียญไต้หวัน พร้อมเพิ่มเส้นทางการเดินรถ และมาตรการสนับสนุนค่าเดินทางสำหรับเยาวชนที่อาศัยอยู่บนเกาะรอบนอก หยางจืออิ่ง (楊姿潁) ประธานสมาคมเยาวชนประชาธิปไตยไต้หวัน กล่าวว่า หลังจากประเมินความต้องการของกลุ่มเยาวชนแล้ว ทางสมาคมฯ ตัดสินใจเพิ่มเส้นทางเดินรถอีก 5-10 เส้นทาง จากเดิมที่มีอยู่ 25 เส้นทาง โดยครอบคลุมเส้นทางจากภาคกลางลงสู่ภาคใต้ และจากภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ ส่วนมาตรการสนับสนุนค่าเดินทางสำหรับเยาวชนที่อาศัยอยู่บนเกาะรอบนอกนั้น เธอระบุว่า เยาวชนกลุ่มนี้สามารถซื้อตั๋วผ่านแพลตฟอร์มระดมทุนได้เช่นกัน โดยจะได้รับเงินอุดหนุนค่าเดินทางตามสัดส่วนของค่าโดยสารเรือหรือเครื่องบิน ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ หวังว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเยาวชน และส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวเดินทางกลับภูมิลำเนาไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น

3 พ.ย. 2569

การรถไฟไต้หวันและรถไฟความเร็วสูงเพิ่มขบวนรถ 56 เที่ยว รองรับประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเลือกตั้งและลงประชามติช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้

ไต้หวันจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการและการลงประชามติในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.​ 2569 บริษัทการรถไฟความเร็วสูงและบริษัทการรถไฟไต้หวันจึงเพิ่มขบวนรถอีก 56 เที่ยว ในระหว่างวันที่ 27–30 พฤศจิกายน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ทำงานหรือศึกษาอยู่ต่างถิ่นเดินทางกลับภูมิลำเนาไปใช้สิทธิเลือกตั้ง บริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน เปิดเผยว่า เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางช่วงการเลือกตั้งครั้งนี้จึงเพิ่มขบวนรถอีก 40 เที่ยว แบ่งเป็น สายใต้ 18 เที่ยว และสายเหนือ 22 เที่ยว โดยตลอดช่วงเวลา 4 วันจะมีเที่ยวรถให้บริการรวมทั้งสิ้น 718 เที่ยว โดยเฉพาะวันที่ 27 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันทำงานวันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง จึงคาดการณ์ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีทั้งผู้คนที่เดินทางกลับบ้านหลังเลิกงานและประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในช่วงเวลา 17.00–20.00 น. ของวันดังกล่าว จึงมีการเพิ่มขบวนรถ 2–3 เที่ยวต่อชั่วโมง รวมทั้งหมด 9 ขบวน ซึ่งออกเดินทางจากสถานีหนานกั่งหรือสถานีไทเป ไปยังนครไทจง โดยจะแวะจอดทุกสถานีระหว่างทาง และเปิดให้บริการเป็นตู้โดยสารแบบไม่ระบุที่นั่งถึง 11 โบกี้ต่อขบวนด้วย ขณะที่บริษัทการรถไฟไต้หวัน เปิดเผยว่า จะเพิ่มขบวนรถทั่วประเทศอีก 16 เที่ยว ประกอบด้วยรถไฟด่วนจื้อเฉียงสายฝั่งตะวันตก 8 เที่ยว สายฝั่งตะวันออก 4 เที่ยว และสายใต้ 4 เที่ยว ซึ่งในวันนี้ (30 ต.ค.) ได้เปิดให้จองซื้อตั๋วรถไฟของวันที่ 27-29 พฤศจิกายน จากนั้นวันที่ 2 พฤศจิกายน จึงสามารถจองซื้อตั๋วรถไฟของวันที่ 30 พฤศจิกายนได้ สำหรับช่องทางการจำหน่ายตั๋วก็จะมีทั้งทางแอปพลิเคชัน, เว็บไซต์ทางการ, ร้านสะดวกซื้อ, เคาท์เตอร์จำหน่ายตั๋วและเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติภายในสถานีต่างๆ ในช่วงเวลาทำการ

30 ต.ค. 2569

ศึกการเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการของไต้หวันเริ่มร้อนแรง กรมสอบสวนคดีอาญาเตือนประชาชนระวัง 4 รูปแบบการหลอกลวงในช่วงเลือกตั้ง

กรมสอบสวนคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน เปิดว่า การเลือกตั้งท้องถิ่น 9 รายการซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ อาจกลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกลวงต้มตุ๋มประชาชนทั่วประเทศซึ่งให้ความสนใจการเลือกตั้ง โดยอาศัยกระแสความนิยมและความสนใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาสร้างเป็นประเด็นต่างๆ แอบอ้างเป็นผู้ผลิตของที่ระลึกช่วงหาเสียง ผู้สมัคร หรือผู้สนับสนุนผู้สมัคร เพื่อหลอกลวงประชาชน ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลการแจ้งความผ่านสายด่วน 165 มาวิเคราะห์และแบ่งรูปแบบการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งออกมาได้ทั้งหมด 4 ประเภท เริ่มจากรูปแบบแรกคือ “หลอกลวงโดยอ้างว่าแจกของที่ระลึกหาเสียงฟรี” โดยกลุ่มมิจฉาชีพมักจะแอบอ้างเป็นผู้จำหน่ายของที่ระลึกหาเสียงหรือผู้สนับสนุนผู้สมัครบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และโพสต์ข้อความเสนอแจกของที่ระลึกฟรี หรือเปิดให้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกระหว่างผู้ที่มีแนวคิดหรือความชื่นชอบทางการเมืองเหมือนกัน ซึ่งเมื่อมีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็น มิจฉาชีพก็จะชักชวนให้เพิ่มเพื่อนผ่าน LINE จากนั้นใช้ข้ออ้างเรื่อง “การยืนยันตัวตนด้วยชื่อจริง” หรือ “การยืนยันธุรกรรมทางการเงิน” เพื่อหลอกให้เหยื่อใช้แอปธนาคารออนไลน์ดำเนินการถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร ATM และลักลอบถอนเงินจากบัญชีของเหยื่อ ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงนี้กำลังระบาดมากที่สุดในขณะนี้ ต่อมารูปแบบที่สองคือ “การหลอกลวงโดยอ้างว่าเป็นการลงทุนติดตั้งป้ายโฆษณาหาเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง” ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพจะอ้างว่า หากผู้สมัครได้รับเลือกตั้งแล้ว ผู้ลงทุนจะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจำนวนมาก หรือเสนอช่องทางการลงทุนที่อ้างว่าผู้สมัครจะช่วยบริหารจัดการอยู่เบื้องหลัง พร้อมรับประกันว่าจะได้กำไรโดยไม่มีความเสี่ยง ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนที่ชื่นชอบผู้สมัครอย่างเหนียวแน่น นอกจากจะต้องการสนับสนุนผู้สมัครที่ตนเองชื่นชอบแล้ว ยังเข้าใจผิดว่าตนจะสามารถทำกำไรจากการลงทุนดังกล่าวได้ในภายหลัง จึงหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในที่สุด รูปแบบที่สามคือ “การแอบอ้างใช้บัญชีของผู้สมัครรับเลือกตั้ง” โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะเริ่มจากการสังเกตกลุ่มผู้สนับสนุนที่เป็นแฟนตัวยงบนแฟนเพจของผู้สมัครรับเลือกตั้ง จากนั้นจะแอบอ้างชื่อบัญชีบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของผู้สมัครหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน แล้วส่งข้อความส่วนตัวไปหาเหยื่อ โดยอ้างว่าเป็นบัญชีส่วนตัวของนักการเมือง จากนั้นจะใช้ข้ออ้างเช่น ขาดแคลนเงินทุนสำหรับการเลือกตั้ง หรือจำเป็นต้องระดมทุนเป็นการส่วนตัวโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อขอให้เหยื่อโอนเงินหรือให้ยืมเงิน และสุดท้ายรูปแบบที่สี่ ซึ่งเคยพบในการเลือกตั้งที่ผ่านมา คือ “การหลอกลวงร้านค้าด้วยข้ออ้างเรื่องเงินบริจาคทางการเมือง” โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะแอบอ้างว่าต้องการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อใช้แทนการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง และทำการชำระเงินด้วยเช็คลงวันที่ล่วงหน้า แต่หลังจากร้านค้าส่งมอบสินค้าให้แล้ว เช็คทั้งหมดกลับเรียกเก็บเงินไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เตือนว่า ควรตรวจสอบรายละเอียดกับนักการเมืองหรือทีมงานหาเสียงโดยตรงก่อนส่งมอบทรัพย์สินหรือสินค้า และหากมีข้อสงสัยหรือพบเห็นการฉ้อโกงสามารถโทรสอบถามหรือแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 165

22 ต.ค. 2569

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงไทเปเดือด! นัดดีเบตทางโทรทัศน์ครั้งแรก 31 ต.ค. 2026

การแข่งขันเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงไทเปของไต้หวันปลายปี 2026 เริ่มเข้มข้นขึ้น หลังพรรคน้ำเงิน (KMT) และพรรคเขียว(DPP) หารือกันหลายครั้ง ก่อนมีข้อสรุปให้จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ทางโทรทัศน์ครั้งแรกในวันที่ 31 ตุลาคม 2026 ช่วงเที่ยง โดยสถานีโทรทัศน์ TVBS และ Sanlih E-Television (SET) เป็นผู้ประสานการจัดงาน นายเจี่ยงว่านอัน (蔣萬安) ผู้ว่าการกรุงไทเปคนปัจจุบันจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการวิทยุเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมว่า ตนพร้อมสำหรับการอภิปรายแล้ว และจะใช้โอกาสนี้รายงานผลงานการบริหารเมืองตลอด 4 ปีที่ผ่านมาแก่ประชาชน พร้อมนำเสนอแผนพัฒนากรุงไทเปในอีก 10–20 ปีข้างหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ว่าเจี่ยงกล่าวเพิ่มเติมว่า ยังเปิดกว้างต่อการจัดเวทีอภิปรายครั้งที่สอง โดยพร้อมพิจารณาคำเชิญจากสื่อมวลชนและหารือรายละเอียดร่วมกับผู้จัด ทั้งเรื่องวันเวลาและรูปแบบการอภิปราย ขณะที่ นายเสิ่นป๋อหยาง (沈伯洋) ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ที่สภานิติบัญญัติว่า ขณะนี้กำลังฝึกฝนการนำเสนอความคิดเห็นให้กระชับขึ้น เนื่องจากปกติตนมักใช้เวลาพูดค่อนข้างนาน แต่การอภิปรายมีเวลาจำกัดเพียง 2–3 นาทีต่อประเด็น จึงจำเป็นต้องฝึกสรุปสาระสำคัญให้ชัดเจนภายในเวลาที่กำหนด สำหรับคำถามเรื่องการใช้แท็บเล็ตช่วยประกอบการอภิปราย นายเสิ่นกล่าวว่า นายเจี่ยงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงไทเปมาระยะหนึ่งแล้ว จึงน่าจะมีความเชี่ยวชาญในประเด็นการบริหารเมือง และประชาชนเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์ดังกล่าวมากนัก นายเสิ่นยืนยันด้วยว่า การฝึกซ้อมอภิปรายสามารถดำเนินควบคู่กับการลงพื้นที่หาเสียงได้ โดยจะยังคงกำหนดการหาเสียงตามปกติ ทั้งนี้ เวทีอภิปรายครั้งแรกจะเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้สมัครทั้งสองฝ่ายจะนำเสนอผลงาน แนวคิด และนโยบายเพื่อช่วงชิงความเชื่อมั่นจากประชาชน ก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงไทเปในปลายปี 2026 นี้

16 ต.ค. 2569